ผลการค้นหา

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การลงโทษทางวินัย

หมวด 5
การลงโทษทางวินัย
________________________________________
ข้อ 67 พนักงานเทศบาลผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้นายกเทศมนตรีสั่งลงโทษภาคทัณฑ์
ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อน จะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย หรือมีเหตุอันควรลดหย่อนซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน
ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย และมีเหตุอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้
นายกเทศมนตรีมีอำนาจลงโทษตัดเงินเดือน และลดขั้นเงินเดือนพนักงานเทศบาลตามวรรคหนึ่งได้ดังนี้
(1) ตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน 5 % และเป็นเวลาไม่เกินสามเดือน
(2) ลดขั้นเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งขั้น
ข้อ 68 ภายใต้บังคับวรรคสองแห่งข้อนี้ พนักงานเทศบาลผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้นายก
เทศมนตรีสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบ การพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลงโทษต่ำกว่าปลดออก
ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนที่ แต่งตั้งตามข้อ 22 วรรคสาม หรือนายกเทศมนตรี แล้วแต่กรณี เห็นว่าพนักงานเทศบาลผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง สมควรลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ให้นายกเทศมนตรี
เสนอคณะกรรมการพนักงานเทศบาล เพื่อส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการพิจารณาการดำเนินการทางวินัยและการให้ออก จากราชการ ซึ่งผู้นั้นสังกัดอยู่พิจารณาทำความเห็นเสนอ และเมื่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาลมีมติเป็นประการใด ให้นายกเทศมนตรีสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
ผู้ใดถูกลงโทษปลดออกตามข้อนี้ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
คณะอนุกรรมการพิจารณาการดำเนินการทางวินัยและการ ให้ออกจากราชการตามวรรคสอง ต้องไม่
เป็นกรรมการในคณะกรรมการ พนักงานเทศบาล หรือคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ตามข้อ 2 ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์ และให้คณะกรรมการพนักงานเทศบาลแต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้
(1) รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดที่เห็นสมควร
1. (2) นายอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ ใน
จังหวัด
(3) ผู้แทนเทศบาลในจังหวัดซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารหรือพนักงานเทศบาล
1. ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงาน
บุคคลหรือเป็นผู้มีประสบการณ์การ ทำงานทางวินัย
คณะอนุกรรมการตามวรรคสี่ ให้มีกรรมการตาม (1) และ (2) ฝ่ายหนึ่ง กรรมการตาม (3) ฝ่ายหนึ่ง และกรรมการตาม (4) ฝ่ายหนึ่ง จำนวนฝ่ายละเท่า ๆ กัน
หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะ อนุกรรมการตามวรรคสี่ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการพนักงาน เทศบาลกำหนด
ข้อ 69 การลงโทษพนักงานเทศบาล ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิด และมิให้เป็นไปโดยพยาบาท โดยอคติ หรือโดยโทสะจริตหรือลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด ในคำสั่งลงโทษให้แสดงให้ชัดเจนว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยโดยมีข้อเท็จจริง ที่ได้จากการสอบสวน พยานหลักฐาน และเหตุผลที่สนับสนุนข้อกล่าวหาอย่างไร เป็นการกระทำผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด
การลงโทษตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นคำ สั่ง และระบุสิทธิในการอุทธรณ์ และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์ไว้ในคำสั่งด้วย วิธีการออกคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1. การสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ตามข้อ 67 หรือข้อ 70
วรรคสอง วรรคสาม ห้ามมิให้สั่งลงโทษย้อนหลังไปก่อนวันออกคำสั่ง เว้นแต่การสั่งลงโทษผู้ถูกพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในหมวด 3 ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ และให้ทำคำสั่งตามแบบ ลท.1 แบบ ลท.2 หรือ แบบ ลท.3 ท้ายมาตรฐานทั่วไปนี้
(2) การสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ ตามข้อ 68 หรือการสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่อนุโลมใช้ บังคับอยู่ก่อนวันที่มาตรฐาน
ทั่วไปนี้ใช้บังคับ จะสั่งให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในหมวด 4 ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ และให้ทำคำสั่งดังกล่าวตามแบบ ลท.4 ท้ายมาตรฐานทั่วไปนี้
(3) การสั่งเพิ่มโทษ หรือลดโทษ เป็นไล่ออก หรือปลดออกจากราชการตามข้อ 68 หรือเป็นโทษไล่ออก หรือปลดออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่อนุโลมใช้ บังคับอยู่ก่อนวันที่มาตรฐานทั่วไปนี้ใช้บังคับ จะสั่งให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันใด ให้นำ (2) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
(4) การสั่งเพิ่มโทษ หรือลดโทษ เป็นลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน หรือภาคทัณฑ์ ให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันที่คำสั่งลงโทษเดิมใช้บังคับ ทั้งนี้ การสั่งย้อนหลังดังกล่าวไม่มีผลกระทบถึงสิทธิและประโยชน์ ที่ผู้ถูกสั่งลงโทษได้รับแล้ว
(5) การสั่งลดโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการตามข้อ 68 หรือโทษปลดออก หรือไล่ออก จากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่อนุโลมใช้บังคับอยู่ ก่อนวันที่มาตรฐานทั่วไปนี้ ใช้บังคับ เป็นลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน หรือภาคทัณฑ์ จะสั่งให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันใด ให้นำ (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
(6) คำสั่งเพิ่มโทษ ลดโทษ งดโทษ หรือยกโทษ ตามข้อ 70 วรรคสอง วรรคสาม ให้ทำคำสั่ง
ดังกล่าวตามแบบ ลท.5 ท้ายมาตรฐานทั่วไปนี้
(7) การสั่งยกโทษ งดโทษ ลดโทษ หรือเพิ่มโทษผู้อุทธรณ์ตามข้อ 2 ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ให้ทำคำสั่งดังกล่าวตามแบบ ลท.6 ท้ายมาตรฐานทั่วไปนี้
(8) การสั่งยกโทษ งดโทษ ลดโทษหรือเพิ่มโทษผู้อุทธรณ์ตามข้อ 3 ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และการสั่งให้ผู้อุทธรณ์กลับเข้ารับราชการ ให้ทำคำสั่งดังกล่าวตามแบบ ลท.7 ท้ายมาตรฐานทั่วไปนี้
(9) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษ ให้ทำเป็นคำสั่งมีสาระสำคัญ
แสดงเลขที่ และวัน เดือน ปี ที่ออกคำสั่งเดิม ข้อความเดิมตอนที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง และข้อความที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น